พระพุทธศาสนาประกอบด้วยคุณลักษณะพิเศษ 4 ประการคือ ศาสนา สถานที่ ศาสนาวัตถุ ศาสนาบุคคล และศาสนธรรม ส่วนประกอบ 4 อย่างนี้เป็นองค์กรที่ทำให้เกิดความมั่นคงถาวรแห่งพระพุทธศาสนาวัดสำราญนิเวศเป็นวัดหนึ่งในบรรดาวัดเหล่านั้น วัดสำราญนิเวศตั้งอยู่พื้นที่ตำบลบุ่งอำเภออำนาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานีในอดีตจำหวัดอำนาจเจริญในปัจจุบันติดกับถนนชยางกูร
สายอุบล-นครพนม สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2484 ในที่ดินของขุนสกล-คุณแม่บุญเยื่อง สวรรณกูฎ คุณแม่คำหยาด ระพาเพศ และกำนันนวน สุวรรณกูฎ เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งสามท่านนี้เป็นผู้มีศรัทธามอบที่ดินของตนๆรวมกันเข้าประมาณ 36 ไร่ ถวายให้สร้างวัด
วัดสำราญนิเวศเป็นที่พำนักของเจ้าคณะอำเภอเรื่อยมาจนในปัจจุบันเป็นจังหวัดก็เป็นสถานที่ท่านเจ้าคณะจังหวัดพำนักอยู่เช่นกัน จึงเป็นมูลฐานอันเป็นเครื่องสร้างเสริมศรัทธาของพุทธศาสนิกชนได้เกิดความเลื่อมใสสืบไป
วัดสำราญนิเวศได้รับสถานปนาเป็นพระอารามหลวงเมื่อ พ.ศ. 2543
วัดสำราญนิเวศมีเจ้าอาวาสแล้ว 5 รูป คือ
1.พระครูทัศนะประกาศ (บุ จนทสิริ) พ.ศ. 2484 - 2517
2. พระครูวิจิตรธรมภาณี (สิงห์ สุขปุญโญ) พ.ศ.2517-2525
3.พระครูทัศนประกาศ (เขียน นารโท) พ.ศ.2525 - 2529
4.พระสุทธิสารมุนี (บุญรักษ์ ฐิตปุญโญ) พ.ศ.2530-2545
5.พระวิชัยมุนี (ไพฑูลย์ เมตตจิตโต) พ.ศ.2546 - ปัจจุบัน
พระครูทัศนประกาศ (บุ จนทสิริ) เจ้าอาวาสองค์ที่ 1 พร้อมกับคณะญาติโยมอุบาสกอุบาสิกาพระภิกษุสามเณรได้ดำเนินการก่อสร้าง
ปรับปรุงศาสนถานศาสนวัตถุ ศาสนบุคคล และศาสนธรรม ด้วยความอุตสาหะ วัดนี้ เดิมทีเป็นวัดป่ามีต้นไม้น้อยใหญ่ร่มรื่นสงัดเงียบ ไกลจากหมู่บ้านไม่มีเสียงรบกวนสะดวกแก่การโคจรบิณฑบาตรของพระภิกษุและสามเณรจึงเป็นสถานที่อันเหมาะสมในการเจริญ
สมณธรรมของพระกรรมฐาน อุบาสก อุบาสิกาผู้ที่เชื่อมั่นในพระรัตนตรัยไปรับการศึกษาอบรมสมาธิภาวนาเกิดปสาทในการปฏิบัต
ิธรรมจึงได้ช่วยกันสนับสนุนก่อสร้างศาสนาวัตถุเป็นอย่างดี ทั้งนี้เป็นเพราะบุญบารมีของพระพุทธศาสนา
ครั้นกาลเวลาล่วงเลยมาถึงพ.ศ.2485 ท่านเจ้าคุณสมเด็จมหาวีรวงศ์ (ติสสะมหาเถระอ้วน) ออกตรวจการพระศาสนาและตรวจการคณะสงฆ์เดินทางมาพักแรม
อยู่ที่วัดแห่งนี้พิจารณาเห็นว่า ที่นี่สมควรให้ตั้งเป็นวัดที่จะอำนวยประโยชน์สุขแก่พุทธศาสนิกชน จึงตั้งชื่อวัดนี้ว่า "วัดสำราญนิเวศ" ให้เป็นคู่กับวัดพรหมวิหาร อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธรพ.ศ.2485
ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสสะมหาเถระ) ได้ส่งมหาดุสิตเทวิโล วัดบรมนิวาส มาเป็นเจ้าคณะอำเภออำนาจเจริญต่อมาได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นที่พระครูทัศนวิสุทธิ์ สำนัก
อยู่ที่วัดสำราญนิเวศท่านทั้งสองได้ช่วยกันพัฒนาวัด การศึกษาและการปฏิบัติวัดสำราญนิเวศจึงเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน
จึงจัดตั้งการศึกษาปริยัติธรรมแผนกนักธรรมตรี-โท-เอกขึ้น พระครูทัศนประกาศ (บุจนสิริ) เป็นครูสอนปริยัติธรรม พ.ศ. 2487
ท่านเจ้าคุณพระธรรมบัณฑิต (ญาณ ญาณชาโล) เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี ได้ส่งพระมหาสิงห์ สุทธจิตโต (พระเทพสุเมธี) มาเป็น
ครูสอนปริยัติธรรมแผนกบาลี ประจำสำนักเรียนวัดสำราญนิเวศมีพระเปรียญเกิดขึ้นที่วัดสำราญนิเวศหลายรูป พ.ศ.2487 วัดสำราญนิเวศได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ได้สร้างศาลาการเปรียญหลังใหญ่ด้วยไม้ทั้งหลังมุงด้วยกระเบื้องซีเมนต์ สร้างกุฏิใหญ่
ด้วยไม้ทั้งหลังมุงด้วยสังกะสี และหมู่กุฏิอีกมากมาย ขณะนี้เสนาสนะเท่านั้นได้ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ได้รื้อถอนแล้วและได้สร้าง
ศาลาและกุฏิคอนกรีตขึ้นแทนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พ.ศ.2489 สร้างโรงเรียนปริยัติธรรม 2 ชั้น พ.ศ.2516 สร้างพระสังกะจายศาสนา
สถานและเสนาสนะอันมั่นคงถาวร คุณหญิงตุ่น โกศัลวัตรพร้อมด้วยลูกหลานญาติมิตรทุกคน
บริจาคทรัพย์จัดการก่อสร้างถวายวัดสำราญนิเวศ คือ
1. พ.ศ. 2515 สร้างพระอุโบสถ
2. พ.ศ.2516 สร้างกุฏิวิชิต
3. พ.ศ.2517 สร้างเมรุและศาลาเมรุ
4. พ.ศ.2520 สร้างกำแพงรอบวัด
5. พ.ศ.2527 สร้างศาลาการเปรียญคอนกรีต
|